ตะละลำตำตำ อาหารอีสานไฮโซรสแซ่บ ที่คงรสชาติพื้นบ้านขนานดั้งเดิม
ตะละลำตำตำ แค่เห็นชื่อร้าน ก็รู้ว่า…ชัวร์ ! ต้องเป็นร้านอาหารไทยอีสานขนานแท้แน่นอน.. แต่ขอบอกว่าร้านนี้นอกจากจะมีเมนูเด็ดรสแซ่บแล้ว เขายังมีจุดเด่นเป็นความกิ๊บเก๋ของชื่อร้านที่ดึงดูดให้เรารู้สึกม่วนซื่นจนอยากจะเซิ้งเข้าไปทานกันเลยทีเดียว



สำหรับร้านตะละลำตำตำ สาขานี้เป็นสาขา 2 ที่ขยายความแซ่บยกระดับมาจาก สาขา 1 แถบย่านรัชโยธิน
ซึ่งสาขานี้ตั้งอยู่ที่พาราไดซ์พาร์คชั้น 3 ย่านศรีนครินทร์ ถึงร้านจะดูไฮโซสุดแสนแต่เขายังคงความแซ่บสะใจไว้ทุกเมนู ซึ่งการมาเยือนในครั้งนี้ก็ได้รับเกียรติจากเจ้าของร้านคนสวยหน้าตาดี คุณแซนดี้ อรจนา เคหสุเจริญ มาแนะนำเมนูชูโรงความแซ่บที่ชวนให้เราน้ำลายสอ ด้วยตัวเองเลยค่ะ

มาทำความรู้จักกับเมนูแรกที่ชวนให้เราน้ำลายหกกันเป็นแถวกับ ตำหมี่มั่ว ก็คล้ายๆ ตำซั่วอย่างที่เราเคยเห็น
แต่จุดเด่นของร้านนี้คือการเปลี่ยนจากเส้นขนมจีนมาเป็นเส้นหมี่แทน และน้ำปลาร้าก็มีสูตรปรุงพิเศษ แถมใส่ผักดองให้รสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร ซึ่งคุณภาพความจัดจ้านจานนี้ ราคาเบามากๆค่ะ

ส่ายสายตามาจานที่สอง คือ..เมนู ไก่ทอดเกลือ ที่ทางร้านคัดแต่เนื้อสะโพกที่ไม่มีกระดูก เรียกว่าเนื้อล้วนๆ นำมาทอดให้กรอบ แล้วโรยหน้าด้วยเครื่องเคียง อันได้แก่ ขิง ตะไคร้ และหอมเจียว ซึ่งเป็นสมุนไพรช่วยแก้เลี่ยนและดับความอ้วนได้ดีอีกด้วย

ตะละลำตำตำ อาหารอีสานไฮโซรสแซ่บ ที่คงรสชาติพื้นบ้านขนานดั้งเดิม
ตะละลำตำตำ แค่เห็นชื่อร้าน ก็รู้ว่า…ชัวร์ ! ต้องเป็นร้านอาหารไทยอีสานขนานแท้แน่นอน.. แต่ขอบอกว่าร้านนี้นอกจากจะมีเมนูเด็ดรสแซ่บแล้ว เขายังมีจุดเด่นเป็นความกิ๊บเก๋ของชื่อร้านที่ดึงดูดให้เรารู้สึกม่วนซื่นจนอยากจะเซิ้งเข้าไปทานกันเลยทีเดียว




มาทำความรู้จักกับเมนูแรกที่ชวนให้เราน้ำลายหกกันเป็นแถวกับ ตำหมี่มั่ว ก็คล้ายๆ ตำซั่วอย่างที่เราเคยเห็น
แต่จุดเด่นของร้านนี้คือการเปลี่ยนจากเส้นขนมจีนมาเป็นเส้นหมี่แทน และน้ำปลาร้าก็มีสูตรปรุงพิเศษ แถมใส่ผักดองให้รสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร ซึ่งคุณภาพความจัดจ้านจานนี้ ราคาเบามากๆค่ะ

ส่ายสายตามาจานที่สอง คือ..เมนู ไก่ทอดเกลือ ที่ทางร้านคัดแต่เนื้อสะโพกที่ไม่มีกระดูก เรียกว่าเนื้อล้วนๆ นำมาทอดให้กรอบ แล้วโรยหน้าด้วยเครื่องเคียง อันได้แก่ ขิง ตะไคร้ และหอมเจียว ซึ่งเป็นสมุนไพรช่วยแก้เลี่ยนและดับความอ้วนได้ดีอีกด้วย

ส่วนจานที่สาม ที่มองข้ามไม่ได้ คือเมนู เส้นหมี่หมูย่าง การทำคือนำเส้นหมี่มาผัดกับผักกระหล่ำและแครอท แล้วแต่งหน้าด้วยหมูย่างที่ไร้มัน หากใครอยากเพิ่มความหอมและกรุบกรอบก็โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวเข้าไป แหม!ช่างเป็นอะไรที่ยั่วน้ำลายได้อีก..ได้อีกนะเนี่ย

อีกหนึ่งจานที่เป็นเมนูโปรดของสาวๆ ที่ใครมาเป็นต้องสั่ง คือเมนู ยำมะเขือยาว ซึ่งการทำต้องนำมะเขือยาวไปเผาจนหอมก่อน จากนั้นทำน้ำยำพร้อมกับหมูสับและกุ้งแห้ง ให้รสชาติจัดจ้านแซ่บลิ้น เรียกว่าอร่อยเฮฮา แต่ราคาสบายกระเป๋า

มาถึงคิวของเมนู..ปาดเป็ดทอด ซึ่งการทำจะต้องนำปากเป็ดไปหมักซึ่งเป็นสูตรพิเศษของทางร้าน พร้อมกับคลุกกับงาขาวเพื่อเพิ่มความหอม จากนั้นนำไปทอดจนกรอบโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ซึ่งสามารถทานได้ทั้งกระดูก

และนี่ก็คือ ทุกเมนูแซ่บไฮโซที่ได้กล่าวมาทั้งหมด เป็นไงคะหน้าตาน่าทานมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ เห็นทีจะรอช้าไม่ได้แล้วค่ะพี่น้อง เพราะทีมงานทุกคนต่างจดจ้องอยากลองรสชาติกันแย่แล้ว ต้องขอตัวโซโล่…ก่อนเด้อค่ะเด้อ

เมื่อเมนูของคาวผ่านไปก็ยิ้มกริ่มกันทั่วหน้า ทีนี้ก็ขอปิดท้ายกันอีกทีด้วยเมนูของหวานที่ทางร้านจัดให้คือ เชอร์เบตมะพร้าวอ่อน ไอศครีมหอมกลิ่นมะพร้าวน้ำหอมที่ให้รสชาติอมหวานนิดๆ ทำให้ทุกคนอิ่มแเปล้และเป็นปลื้มกับมื้อนี้ที่สุด หากใครที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านเดิมๆ ก็ขอแนะนำ ร้านตะละลำ ตำตำ สาขา 2 รับรองทุกเมนูความแซ่บจะตอกย้ำความอร่อยให้คุณไม่รู้ลืม ส่วนการเดินทางก็สะดวกสบาย จากถนนศรีนครินทร์ ตรงไปทางห้างพาราไดซ์พาร์ค จะเห็นร้านอาหารตะละลำตำตำ อยู่บริเวณชั้น 3 ภายในห้างพาราไดซ์พาร์ค ซึ่งเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.
ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 08-5111-9777,08-3812-5669 หรือที่เว็บไซด์ http://www.edtguide.com/TaLaLumTumTum_500350 อย่าลืมแวะไปทานกันนะคะ
Capri (คาปรี) จากเกาะที่โรแมนติกสู่ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ Causal Chic
จากชื่อเกาะทางตอนใต้ของอิตาลีที่ทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหารอิตาเลียน
สุดฮิปใจกลางสุขุมวิท ชื่อว่า ‘คาปรี’ ร้านอาหารอิตาเลียนแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของ 6 หนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ล้วนมีประสบการณ์การบริหารงานทางด้านต่างๆ มาสร้างความแตกต่างให้กับร้านอาหาร Capri ณ ศูนย์การค้า K-Village

ก้าวแรกที่เราได้ไปสัมผัสร้านอาหารน้องใหม่ใน K-Village ก็รู้สึกได้ถึงไออุ่นความเป็นอิตาเลียน การตกแต่งร้านที่เน้นบรรยากาศสบายๆ มีพื้นที่ Indoor สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน และ Outdoor สำหรับเอาใจคนรุ่นใหม่ เพื่อนๆ ที่ต้องการพบปะสังสรรค์แบบปาร์ตี้สุด Hip รวมถึงการรวมเอาไวน์หลากหลายสายพันธุ์ที่คัดสรรมากกว่า 100 ชนิด มาเอาใจนักชิมอีกด้วย

ร้านนี้สามารถเข้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือด้านหน้าที่ติดกับร้าน Red Mangoและด้านหลังซึ่งมีเตาอบพิซซ่าอยู่หน้าร้านบริเวณโซน Outdoor เอาใจลูกค้าที่อยากสร้างความแตกต่า


อาหารตอนใต้ของอิตาลี ซึ่งเน้นรสชาติจัดจ้านสไตล์ซีฟู้ด ซึ่งน่าจะถูกปากคนไทยและต่างชาติไม่น้อย …เมนูที่นำเสนอ มีหลากหลาย อาทิ Seafood Salad,Wood Fired Parma Ham Pizza,Fois Gras Pizza,Snow Fish Kebab และ Rock of Lamp เรามาลองชิมอาหารอิตาเลียนของร้าน Capri ว่าอาหารที่นำเสนอหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง เริ่มจากพิซซ่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งพิซซ่าในรูปแบบหลากหลาย และโฮมเมดพาสต้าที่ทำกันสดๆ วันต่อวัน รวมถึงเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากทั้งเครื่องดื่มและของว่าง.

พิซซ่าพาร์มาแฮม และมอซซาเรลล่าชีส โรยด้วยผักร็อกเก็ต ความพิเศษของเมนูนี้คือพิซซ่าบางกรอบแต่นุ่มด้วยมาสคาโปนชีส อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม และนอกจากนี้ยังมีอีกหน้าที่เป็น ไฮไลท์อย่าง Fois Gras Pizza พิซซ่าตับห่านและผักร็อกเก็ต

พิซซ่า ซอสสูตรลับทำจากพอร์ทไวน์ กับตับห่านจากฝรั่งเศส

ออสเตรเลียนแลมป์แร็คย่าง เสิร์ฟพร้อมกับผัดผักราตาตุล มันบด และซอสโหระพานอก ความพิเศษอยู่ที่
ขาแกะออสเตรเลียคุณภาพเยี่ยม ปรุงด้วยซอสสูตรพิเศษจากร้านคาปรี

วากิวบีฟ พันเบคอนย่าง เสิร์ฟพร้อมบัลซามิคซอส,ผักต้มและมันบดความพิเศษคือเนื้อวากิวสูตรนุ่มย่างกับซอสโมเดน่าบัลซามิคที่เคี่ยวนานกว่า24 ชั่วโมง

ปลาหิมะย่างในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เสิร์ฟพร้อมผักโขม,มันบด,ซอสมะนาว ความพิเศษคือปลาหิมะย่างพิเศษกับเครื่องเทศสูตรลับ 5 อย่าง สุดท้ายกับเมนูขนมหวานสไตล์อิตาเลียน

พิลโลพัฟฟ์ สอดไส้แอปเปิ้ล+ลูกเกด เสิร์ฟพร้อมกับวานิลลาไอศกรีม เมนูนี้ทำจากแอปเปิ้ลสด กับไวท์ไวน์ซอสสูตรต้นตำรับ รสชาติหอมหวาน มีกลิ่นแอปเปิ้ลและกลิ่นหอมของไอศกรีมวานิลลา เชิญคุณสัมผัสประสบการณ์ที่ร้าน Capriอาหารอิตาเลียนสุดชิคของคนรุ่นใหม่ที่ชั้น G ของศูนย์การค้าเควิลเลจ สุขุมวิท 26 รับรองเรื่องรสชาติว่าอิตาเลียนแน่แท้ ราคายังอยู่ในระดับที่ไม่แพงจนเกินไป แล้วคุณจะหลงรัก เกาะ Capriที่มีจริงในร้านอาหารอิตาเลียนแห่งนี้..โดยสามารถนัดพบปะหรือสังสรรค์ ทั้งมื้อกลางวันหรือมื้ออาหารค่ำ ก็ดูจะ
ลงตัวและสมบูรณ์แบบที่สุด!!!
Bangkok Balcony ห้องอาหารแห่งใหม่ ที่สูงที่สุดในเมืองไทย

เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีการเปิดตัว ‘Bangkok Balcony’ ห้องอาหารแห่งใหม่ บนชั้น 81 โรงแรมใบหยก สกาย
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย เราจึงไม่พลาดที่จะไปเก็บบรรยากาศ
มาฝากเพื่อนๆ อีกเช่นเคย

Bangkok Balcony เป็นห้องอาหาร Open Air ที่เป็นไฮไลท์ล่าสุดของโรงแรมใบหยก สกาย ด้วยดีไซน์ของ
ตัวอาคารที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทำให้ Bangkok Balcony เป็นห้องอาหารที่จะพาคุณไปสัมผัสกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกในมุมมองแบบพาโนราม่า และคุณยังจะได้พบกับความสวยงามของกรุงเทพฯ
แบบไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น ซึ่งเปรียบเสมือนวอลล์เปเปอร์ที่สร้างเสน่ห์ให้กับห้องอาหารแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี Bangkok Balcony ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สีขาว สะอาดตา ทำให้การชมวิวทิวทัศน์ และแสงไฟในยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ สวยงามโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

Bangkok Balcony จัดที่นั่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่ด้านในห้องแอร์ จำนวน 180 ที่นั่ง และส่วนที่เป็น
Open Air แบ่งออกเป็น 4 Balcony ตั้งชื่อตามทิศทั้ง 4 ได้แก่ North Balcony, South Balcony, East BalconyและWest Balcony โดยทั้ง 4 Balcony จะมีมนต์เสน่ห์ที่แตกต่างกันไป จำกัดเพียง Balcony ละ 20 ที่นั่งเท่านั้น แต่ละ Balcony เหมาะมากๆ ที่จะออกไปนั่งรับลมชมวิว และนั่งมองแสงไฟของอาคารต่างๆ ที่ตั้งอยู่โดยรอบ
รวมไปถึงรถยนต์ที่วิ่งไปมาบนถนนด้านล่าง

Bangkok Balcony มีทั้งอาหารแบบ Grill (ปิ้ง-ย่าง) และซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์นานาชาติ และที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ
ในส่วน Open Air เพิ่มความประทับใจด้วยบริการจากพนักงาน ประจำทุก Balcony ไว้คอยบริการโดยเฉพาะ
เพื่อให้คุณอิ่มอร่อยได้แบบต่อเนื่อง

Bangkok Balcony คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเกรดเอมาประกอบอาหาร โดยเฉพาะเนื้อแกะ และเนื้อเซอร์ลอยด์นำเข้าจากออสเตรเลีย หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ พร้อมซีฟู้ดนานาชนิด ปลาดิบ และผักสลัดสดปลอดสารพิษ จากโครงการหลวง นำมาปรุงเป็นอาหารนานาชาติสุดพิเศษกว่า 100 เมนู

ซึ่งเมนูแรกที่อยากจะแนะนำก็คือ หางวัวตุ๋นไวน์แดง เข้มข้นด้วยรสชาติซอสและความนุ่มของหางวัว ทำให้
เมนูนี้ อร่อยมากๆ คนรักเนื้อต้องไม่พลาด

สะโพกนางฟ้า เป็นการนำเป็ดบริเวณสะโพกไปทอดจนเหลืองกรอบ แล้วราดด้วยซอสมะขาม เสิร์ฟพร้อม
ข้าวสวยร้อนๆ

อกเป็ดอบซอสส้ม สไตล์ฝรั่งเศส เนื้อเป็ดนุ่มๆ นำไปอบกับซอสส้มรสเข้มข้น รสชาติจะออกเปรี้ยวๆ หวานๆ

ซุปหูฉลามทรงเครื่อง เปรียบเสมือน Signature ของห้องอาหารแห่งนี้ เพราะพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน

ซี่โครงแกะอบเครื่องเทศ ซี่โครงแกะนำเข้าจากนิวซีแลนด์ มาอบจนสุกกำลังดี ราดด้วยซอสสุดพิเศษ

Bangkok Balcony ให้บริการในราคาพิเศษช่วงแนะนำ พร้อมอภินันทนาการชมวิวบนหอชมวิว ชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุน ชั้น 84 ฟรี!! ราคาบุฟเฟ่ต์แบ่งออกเป็น ส่วนที่อยู่ด้านในห้องแอร์ ราคา 690 บาทเน็ท และส่วนที่เป็น Open Air ราคา 1,250 บาทเน็ท/ท่าน สำหรับลูกค้าที่รับประทานหมดทางห้องอาหารจะมอบ Cash Back มูลค่า 200 บาทคืนให้ คุณก็จะจ่ายในราคาเพียง 1,050 บาทเน็ท/ท่าน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

Bangkok Balcony ให้บริการในราคาพิเศษช่วงแนะนำ พร้อมอภินันทนาการชมวิวบนหอชมวิว ชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุน ชั้น 84 ฟรี!! ราคาบุฟเฟ่ต์แบ่งออกเป็น ส่วนที่อยู่ด้านในห้องแอร์ ราคา 690 บาทเน็ท และส่วนที่เป็น Open Air ราคา 1,250 บาทเน็ท/ท่าน สำหรับลูกค้าที่รับประทานหมดทางห้องอาหารจะมอบ Cash Back มูลค่า 200 บาทคืนให้ คุณก็จะจ่ายในราคาเพียง 1,050 บาทเน็ท/ท่าน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

สำหรับคุณที่อยากจะไปสัมผัสกับบรรยากาศ ในโซน Balcony นอกจากจะบรรยากาศดีแล้ว ยังมีเมนูเพิ่มเติม
นอกเหนือจากในไลน์บุฟเฟ่ต์ ซึ่งก็คือ – เซ็ทพรีเมียมกริลล์ซีฟู้ด ได้แก่ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, กุ้งแม่น้ำ, Tiger prawn (กุ้งลายเสือ), ปูม้า, Rock lobster และหอยเชลล์ – เลือกรับซุปหูฉลามทรงเครื่อง, ซุปต้มยำทะเลรวม หรือ Lobster Bisque อย่างใดอย่างหนึ่ง – สุกี้ญี่ปุ่น หรือชาบู ชาบูหม้อไฟ โดยมีให้เลือกทั้ง เนื้อ, หมู และซีฟู้ด – Main course เลือกสั่ง Pork chop steak, Australian Tenderloin, หางวัวตุ๋นไวน์แดง, สะโพกนางฟ้า, อกเป็ด
อบซอสส้มสไตล์ฝรั่งเศส ตบท้ายด้วย ไวน์ และชา/กาแฟอีกท่านละ 1 แก้ว

ร่วมเติมเต็มความสุขแห่งค่ำคืนพิเศษ และพบกับความลงตัวสมบูรณ์แบบที่สุดของดินเนอร์สุดประทับใจ
ท่ามกลางแสงดาว และความงดงามของทัศนียภาพในระดับความสูงที่ ขนานกับเส้นสุดขอบฟ้า ให้เส้นขอบฟ้าโอบล้อมคุณและคนพิเศษตลอดค่ำคืน ที่ Bangkok Balcony ชั้น 81 โรงแรมใบหยก สกาย Bangkok Balcony เปิดบริการทุกวันเฉพาะมื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 17.30-23.00 น.
Reflection Again ร้านอาหารไทย สไตล์ทรอปปิคอลโมเดิร์น
ในเมืองหลวงที่แสนจะวุ่นวาย ทั้งรถติดและมลพิษที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสีย แต่คุณจะรู้สึกดีขึ้นแน่นอนถ้าได้มานั่งชิลกับบรรยากาศสบายๆ ในร้านอาหารที่ตกแต่งได้อย่างสบายตา ภายใต้ชื่อ Reflection Again ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีลักษณะเป็นบ้านหลังสีขาวที่ตกแต่งสไตล์ทรอปปิคอลโมเดิร์น ไม่ว่าจะมาสังสรรค์หรือเจรจาธุรกิจ ทางร้านก็มีพื้นที่รองรับ โดยทางReflection Again ได้วางคอนเซปต์ร้านเป็น 2 แบบ คือ “ห้องสีเทา” เป็นโซนที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว นัดเจรจาธุรกิจหรือสังสรรค์เป็นกลุ่มซึ่งมีห้องคาราโอเกะไว้บริการ ส่วนใครที่ชอบนั่งชิลมองอะไรเรื่อยเปื่อยพร้อมกับฟังดนตรีสดต้องไม่พลาด “ห้องหลากสี” ซึ่งในช่วง 20.00-22.30 น.จะมีดนตรีสดเพราะๆให้ฟังเพลินๆ พร้อมกับนั่งทานอาหารไทยอร่อยๆ รับรองว่าคุณจะลืมความวุ่นวายจากภายนอกไปเลย

เมื่อเดินเข้ามาในร้านก็พบว่าภายในร้านนั้นให้ความรู้สึกโปร่งสบายโดยยังคงเน้นสีขาวที่มองดูสะอาดตา จะนั่งพักตรงโซฟาด้านหน้าเค้านท์เตอร์บาร์ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

บนผนังด้านหลังเค้านท์เตอร์บาร์ตกแต่งได้อย่างมีสไตล์ ด้วยป้ายชื่อร้าน Reflection Again ทั้งกำแพงและแสงที่ใช้ทำให้รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและโมเดิร์น

“ห้องหลากสี”เป็นโซนที่เหมาะสำหรับนั่งทานอาหารเพลินๆ หรือสังสรรค์แบบสบายๆ นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดให้ฟังกันในช่วง 20.00-22.30 น.

สำหรับคนที่รักความเป็นส่วนตัว หรือต้องการจัดงานเลี้ยงสัมนาและเจรจาธุรกิจ ทางร้านก็มีห้องไว้รองรับหลายห้อง พร้อมทั้งมีคาราโอเกะให้โชว์พลังเสียงด้วย ใครที่ชื่นชอบการร้องเพลงต้องวางไมค์ไม่ลงแน่นอน

เมนูอาหารของที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย แต่ที่อร่อยจนกลายเป็นเมนูแนะนำของร้านก็ต้อง ปลากะพงทอดน้ำปลา ซึ่งเป็นเมนูที่อยากแนะนำให้ลองสั่งมาลิ้มรสกัน

นอกจากนี้ยังมีแกงส้มไข่ปู แค่หน้าตาอาหารก็น่าทานแล้วขอบอกว่ารสชาติกลมกล่อมอร่อยถูกปากคนชอบปูอย่างแน่นอน

เมนูถัดมา คือ ห่อหมกทะเล ทานกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองวางช้อนไม่ลงเลยทีเดียว

ส่วนจานนี้ คือ แฮกึ๊นทอด เหมาะสำหรับทานเล่นหรือจะทานกับข้าวก็อร่อยเหมือนกัน ใครชอบทานแบบไหนก็เลือกได้ตามสไตล์

นอกจากเมนูอร่อยๆ ที่บอกไป ยังมีอาหารอีกหลากหลายเมนูให้เลือก อย่างทอดมันไข่เค็ม ซึ่งเป็นการนำทอดมันมาหุ้มไข่เค็มแล้วทอด โดยจะใช้เฉพาะไข่แดงเท่านั้น

สำหรับเครื่องดื่มก็มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่น้ำเปล่า ค็อกเทลเย็นๆ ไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชอบแนวไหนก็สั่งกันได้เลย แต่งานนี้ทีมงานขอดื่มน้ำเปล่าเพราะยังต้องลุยงานกันต่อ

ไฮไลท์ ของร้านนี้ นอกจากอาหารอร่อย บรรยากาศน่านั่งแล้วยังมีน้องหมาแสนรู้ของเจ้าของ ที่ชื่อ ถ้วยฟู เจ้าตัวนี้ เหมือนเป็น PR ประจำร้าน เพราะจะคอยใส่แว่นเดินไปเดินมาอยู่ในร้าน ลูกค้าส่วนใหญ่จะอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปกับความน่ารักของ PR ตัวนี้

ร้าน Reflection Againเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-23.30 น. การเดินทางมาที่ร้านก็สะดวก จากปากทางพหลโยธิน7 (ซอยอารีย์) ให้เข้ามาในซอยอารีย์3 ร้านจะอยู่กลางซอยด้ายซ้ายมือ นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางมาร้านด้วยรถไฟฟ้าBTS ลงสถานีอารีย์แล้วใช้ทางออกที่ 3 เพื่อเข้ามาที่ร้านได้เช่นกัน หากมาไม่ถูกก็สามารถโทรศัพท์มาสอบถามเส้นทางหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2270-3341
บ้านรับรอง สุขใจกับอาหารหลากเมนูในรสชาติกำลังเหมาะ อร่อยกำลังดี
มื้อนี้มีหลายโจทย์ให้ตอบเยอะเลยค่ะ ว่าถ้าหากจะพาคนพิเศษไปดื่มด่ำกับรสอาหารและบรรยากาศสุดประทับใจ และพากลุ่มเพื่อนไปนั่งชิลล์อิ่มอร่อยโดยไม่เสียหน้า แล้วสั่งอาหารมาทานไปคุยกันไปไม่มีเบื่อ หรือถ้าจะพาใครๆ ไปนั่งสังสรรค์ ประชุมคุยเรื่องสำคัญพร้อมอิ่มท้องกับเมนูถูกใจ จะเลือกไปที่ไหนดี?
ถือเป็นโจทย์ที่หลากหลายทีเดียวค่ะ และร้านที่ทำให้ทุกคำถามมีคำตอบแบบครบถ้วน ชนิดที่เรียกว่าไปที่เดียวได้ทุกอย่างทุกความต้องการครบถ้วนก็คือร้าน บ้านรับรอง ค่ะ
ร้านบ้านรับรอง เป็นร้านอาหารประเภทไทย จีน และซีฟู้ดค่ะ ส่วนที่มาที่ไปของร้านนี้ ก็ต้องบอกกันชัดๆ เลยว่า มีเจ้าของเดียวกันกับร้านอาหารจีน อันอันเหลา ในซอยทองหล่อนั่นเองค่ะ เรื่องความอร่อยจึงได้รับการันตีจากหลายคนที่เคยได้ชิมแล้ว แต่เพราะความรักในการบริการและอยากแบ่งปันความอร่อยให้หลายคนได้ชิมมากขึ้น



ส่วนเรื่องอาหารที่นี่จะพิถีพิถันมาก ตั้งแต่เรื่องครัวหลังร้าน ที่มีครัวสำหรับอาหารไทย และครัวสำหรับอาหารจีน แยกออกจากกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังควบคุมในด้านความสะอาดตั้งแต่การแต่งตัวของพ่อครัว แม่ครัว อุปกรณ์เครื่องครัว ตลอดจนพื้นที่ทำครัวที่จะต้องสะอาดอยู่ตลอดเวลา และได้มาตรฐานระดับโรงแรมเลยค่ะ

ในเรื่องของวัตถุดิบ ทางร้านจะพิถีพิถันคัดเลือกกันอย่างดีทุกขั้นตอน เน้นความสดใหม่เปี่ยมด้วยคุณภาพ อย่างถั่วลิสงจะคัดกันเม็ดต่อเม็ด เพื่อให้ได้เม็ดสวยขนาดเท่ากัน หรือจะเป็นหอม กระเทียม ผักต่างๆ และวัตถุดิบทั้งหมด รวมถึงเนื้อสัตว์ ของทะเล ก็จะนำมาจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ และสดใหม่แบบวันต่อวันค่ะ

ใครที่อยากทานอาหารที่อร่อยทั้งรส ดูดีทั้งหน้าตาแล้ว มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ เพราะแต่ละเมนูนอกจากจะใส่ใจในการปรุงแล้ว ยังพิถีพิถันในการตกแต่งให้อาหารแต่ละจานที่ออกจากครัวดูดีชวนทาน เรียกได้ว่ารูปในเมนูสวยขนาดไหน ของจริงที่นำมาเสิร์ฟก็สวยงามน่าทานเหมือนในภาพไม่ผิดเพี้ยนเลยค่ะ

เกริ่นความอร่อยจนหลายคนอดใจรอไม่ไหว ถ้าอย่างนั้นก็ไปพิสูจน์กับเมนูออเดิร์ฟที่ใครมาเป็นต้องสั่ง และติดใจไปตามๆ กันกับ ของว่างบ้านรับรอง เมนูจานใหญ่ที่มาพร้อมของทานเล่นหลากชนิดในจานเดียวทั้ง กระทงทอง ถ้วยเล็กๆ กรอบนอก มีรสหวานหน่อยๆ เป็นเหมือนขนมทานเล่น ใครชิมเป็นต้องชื่นชอบ ปอเปี๊ยะทอด กรอบอร่อยรสกลมกล่อมกำลังดี หมี่กรอบกุ้ง สดทั้งกุ้ง กรอบทั้งหมี่ ทำจานต่อจาน ไม่มีเหม็นหืนแน่นอนค่ะ ปอเปี๊ยะพระจันทร์ มาในรูปทรงสามเหลี่ยมชิ้นกำลังเหมาะ นิ่มนอกอร่อยในด้วยใส้เนื้อแน่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ทานจิ้มกับน้ำจิ้มบ๋วยได้รสอร่อยไม่ธรรมดาเลยค่ะ

ถัดมาเป็นเมนู หมูสะเต๊ะ หมูเนื้อนิ่ม ชิ้นพอดีๆ ย่างไฟร้อนๆ หอมกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ โชยมาแต่ไกล เย้ายวนชวนให้อยากทาน ยิ่งได้น้ำจิ้มรสกลมกล่อม ที่คัดสรรส่วนประกอบมาอย่างดี เมนูนี้จึงขึ้นชื่อความอร่อยที่ไม่ควรพลาดอีกแล้วค่ะ

เสิร์ฟตามมาติดๆ เป็นเมนู ปลากะพงย่างเกลือ เคล็ดลับความอร่อยจานนี้นอกจากได้ปลาตัวใหญ่ใหม่สดแล้ว ทางร้านยังให้ความสำคัญกับขั้นตอนการปรุงที่ต้องเลาะหนังปลาทั้งแผ่นให้เปิดออกอย่างประณีตที่สุด โดยที่เนื้อปลายังคงเรียงตัวสวยงาม ไม่เละ จึงให้ความอร่อยแบบครบสูตรที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ค่ะ

เพลินใจกับ กุ้งแม่น้ำเผา เมนูนี้ใครที่หลงไหลรสเนื้อกุ้งสดๆ ต้องไม่พลาด เพราะทางร้านใช้กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่เต็มจาน เนื้อกุ้งจะสด แน่น และนุ่มมาก ที่สำคัญจะเน้นการเลือกกุ้งที่มีมันเยอะๆ เพราะความอร่อยของกุ้งเผาจะอยู่ตรงมันสีเหลืองที่คลุกกับเนื้อกุ้งค่ะ

เมนูถัดมาเป็น ซี่โครงหมูรมควัน จานนี้ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนมากๆ ถึงขนาดที่ว่าใครได้กลิ่นเป็นต้องสั่งตาม เพื่อให้ได้เห็นหน้าตาของเมนูชวนทานจานนี้ และได้ลิ้มรสด้วยตัวเอง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ เพราะจะได้รสชาติหวานกลมกล่อม และเนื้อนิ่มกำลังดี

ต่อด้วยเมนู ยำขมิ้นขาว จานนี้เห็นครั้งแรกแบบยังไม่รู้ชื่อเมนูก็คิดว่าเป็นยำมะม่วง แต่พอได้ทราบชื่อและทานจริงๆ จึงถึงบางอ้อว่าเป็นขมิ้นขาวนั่นเองค่ะ ซึ่งขมิ้นขาวซอยนี้จะให้รสกรุบกรอบและไม่เผ็ด เวลาทานจะรู้สึกหอมๆ ในปาก ทานคู่กับถั่วและคลุกน้ำยำรสกลมกล่อมอร่อยมากๆ ค่ะ ซึ่งจานนี้เจ้าของร้านบอกว่าเป็นเมนูแปลกใหม่ที่ทานได้เรื่อยๆ และได้เรื่องสุขภาพดีเป็นที่หนึ่งเลยค่ะ

หนักท้องขึ้นมาหน่อยก็ต้องเป็น ข้าวผัดอบสับปะรด ที่ตัวข้าวผัดนั้นจะหวานซ่อนเปรี้ยว และเต็มไปด้วยเครื่องปรุงคุณภาพมากมายอัดแน่นอยู่ ทั้งเนื้อปูชิ้นใหญ่ กุ้งสด เห็ดหอม แครอท รับรองว่าสั่งเมนูนี้มาทานแล้วไม่ผิดหวังเรื่องความอิ่มอร่อยแน่นอนค่ะ

ตามด้วยเมนูแบบน้ำๆ อย่าง ต้มข่าไก่ มีรสชาติกลมกล่อมออกหวานมัน เน้นเครื่องปรุงที่คัดสรรอย่างดี โดยเฉพาะข่า จะคัดแต่ข่าอ่อนๆ หั่นเป็นแว่นๆ ซึ่งสามารถเคี้ยวกุบๆ พร้อมไก่ได้เลย หรือจะซดน้ำแกงทานเรื่อยๆ ก็ได้ค่ะ

เสิร์ฟต่อเนื่องกับเมนูแบบน้ำๆ อย่าง แกงไตปลา สำหรับแกงไตปลาของที่นี่จะมีรสชาติเข้มข้น อัดแน่นไปด้วยเครื่องปรุงคุณภาพ และเครื่องแกงที่ทำเอง บดเอง ซึ่งถือเป็นเคล็ดลับความอร่อยของอาหาร เพราะการปรุงให้อร่อยนั้นวัตถุดิบต้องดีค่ะ และถ้าหากใครอยากได้รสชาติแบบเผ็ดถึงใจสไตล์ปักษ์ใต้แท้ๆ ก็บอกพนักงานให้เพิ่มความเข้มข้นของเครื่องปรุงได้ค่ะ

ผ่านไปหลายเมนูชิมกันจนเพลิน แต่ก็ยังอร่อยได้ต่อกับจานสุดท้ายอย่าง ขนมผักกาดผัดพริกเซี้ยงไฮ้ บอกได้เลยค่ะว่าจานนี้อร่อยมาก ตัวแป้งทำจากการนำก้านผักกาดไปบดแล้วเคี่ยวกับแป้ง จากนั้นก็หั่นเป็นแท่งพอดีคำ มีความนุ่มนิ่มมาก และเข้ากับรสชาติของน้ำแกงได้ดีค่ะ จานนี้ถือเป็นของทานเล่นที่สามารถทานได้เรื่อยๆ เลยค่ะ

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแก้กระหายได้ความอร่อยเพื่อสุขภาพอย่าง น้ำแตงโมและน้ำแคนตาลูป สองแก้วนี้ภูมิใจนำเสมอเลยค่ะ ถ้าได้ไปที่บ้านรับรองแล้วไม่ควรพลาด เพราะรสชาตินั้นหวานหอมกำลังดี และอร่อยมากๆ เพราะทำจากผลไม้สดๆ เลยค่ะ


99 Rest Backyard Café อาหารรสชาติดี การันตีโดยเชฟมือทอง
99 Rest Backyard Cafe ร้านอาหารในบรรยากาศสวนหลังบ้าน ที่ร่มรื่นด้วยต้นจามจุรีต้นใหญ่ซึ่งคอยให้ร่มเงา ร่มครึ้ม พร้อมบรรยากาศที่คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสีเขียวที่สุดแสนจะสบายตา เหมาะแก่การนั่งรับประทานอาหารกับครอบครัว หรือคนรัก แถมได้พักผ่อนหย่อนใจไปกับการอากาศบริสุทธิ์สบายๆ ในสวนสวยๆ ค่ะ


ลักษณะการตกแต่งร้านจะเน้นที่ความสะดวกสบายแก่ลูกค้า ลูกค้าสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโซนห้องแอร์ หรือจะเป็นในสวน เหมาะสำหรับการพาลูกหลานมารับประทานอาหารหรือจะวิ่งเล่นกันภายในสวน แถมได้บรรยากาศสงบ สบาย สไตล์ธรรมชาติเหมือนคุณกำลังปิคนิกอยู่ในสวน และยังเหมาะกับการจัดงาน เช่น งานจัดเลี้ยง งานแต่งงานเล็กๆ ภายในสวนอีกด้วย

ส่วนเมนูของร้านก็จะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ และวัตถุดิบต่างๆที่ใช้ของภานในประเทศที่มีคุณภาพสดใหม่ ที่สำคัญทุกเมนูของร้านสร้างสรรค์โดยเชฟมือทอง “เอียน กิตติชัย” ซึ่งเมนูจะมีหลากหลายทั้ง ไทย ญี่ปุ่น อิตาเลียน และอื่นๆ อีกมากมาย และในวันนี้เมนูเด่นที่ทางร้านแนะนำเป็นเมนูต้นๆ ได้แก่ Organic new season’s greens salad หรือ สลัดผักออร์แกนิก นั่นเองค่ะ ผักของทางร้านเป็นผักสดออร์แกนิกที่รับมาจาก เกริกฟาร์ม จ.เชียงใหม่ และสลัดจานนี้มีจุดเด่นอยู่ที่มะเขือเทศสดลูกเล็ก สีเหลือง และสีแดง ที่หารับประทานได้น้อยมาก เรียกว่าทานได้เฉพาะที่ร้านเท่านั้น แล้วคลุกด้วยน้ำสลัดบัลซามิกเข้มข้น ราดหน้าด้วยไข่ลวกที่มีกรรมวิธีในการต้มที่คุณไม่สามารถหารับประทานกันได้ง่ายๆ เพราะทางร้านจะใช้อุณหภูมิตามที่ทำให้ได้ไข่ที่สุกกำลังพอดี

เมนูถัดมาค่ะ สปาเก็ตตี้น้ำพริกอ่อง ซึ่งเชฟได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองเหนือ จึงทำให้ได้อาหารจานที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยนัก แต่นี่คืออีกหนึ่งเมนูที่ได้คัดสรรความอร่อยที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ต้องลองลิ้มชิมรสชาติกันดูค่ะ คุณจะรู้สึกได้ว่าอาหารอิตาเลียนก็อร่อยในแบบไทยๆ ได้เช่นกัน

ส่วนเมนูถัดมากับ Curly Fries ซึ่งทางร้านจะทำเฟรนช์ฟรายส์เป็นทรงเกลียว นำไปทอด และปรุงรสด้วย พริกปาปริก้า เสิร์ฟมาในถุงกระดาษซึ่งจะทำให้ของทอดยังกรอบคงทน และนำมาจิ้มกับซอสสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำจากเต้าหู้สด หลีกเลี่ยงการใช้มายองเนสเพื่อสุขภาพอีกเมนูหนึ่งค่ะ สาวๆ ที่กลัวความอ้วนก็สามารถลองรับประทานกันได้นะคะ เพราะนอกจากกระดาษจะช่วยดูดซับน้ำมันไว้แล้ว น้ำจิ้มเฟรนช์ฟรายส์ยังสร้างสรรค์เพื่อสุขภาพ มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ

ลองมาพิสูจน์ด้านของหวานกันบ้างดีกว่ากับ Crepe suzette เป็นเครปไอศกรีมวานิลลา ราดด้วยคาราเมลซอส และส้มแมนดาริน จานนี้นอกจากจะได้ลิ้มรสความหวาน ยังมีกลิ่นหอมๆ ของผลส้มอีกด้วยค่ะ

ขนมหวานภายในร้านยังมีอีกหลายหลายให้คุณลิ้มลอง เลือกรับประทานกันได้ไม่มีเบื่อแน่นอน แถมรสชาติก็อร่อยถูกปากสาวๆ ด้วยค่ะ


ตบท้าย ท้ายสุดค่ะด้วย เครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาพร้อมกับความสดชื่นอย่าง Minty Apple Refresher เป็นการนำเอาแอปเปิ้ลเขียว ใบสะระแหน่ น้ำมะนาว มาปั่นรวมกัน ได้รสชาติเปรี้ยวนิดๆ ถือเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อยและสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากๆ เลยค่ะ

ร้าน 99 Rest Backyard Cafe ตั้งอยู่ถนนพระราม 9 ซอย 41 ด้านหน้า 99 Residence จะมีต้นจามจุรีต้นใหญ่เป็นจุดสังเกต ร้านเปิดบริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.00-23.00 น., เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00-23.00 น. หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 0-2300-4339…อาหารอร่อย ท่ามกลางสวนสวย
Pazzo Italian Cuisine & Wine Bar อาหารอิตาเลียนรสเลิศ ไวน์ดีๆ กับบรรยากาศสไตล์โมเดิร์น
ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์นและไวน์บาร์ ที่เนรมิตทุกอารมณ์อิตาเลียนสู่มื้อเดตของคุณ โดยเชฟมืออาชีพผู้มากด้วยประสบการณ์ สรรสร้างอาหารรสเลิศให้เป็นเมนูสุดพิเศษเพื่อคนพิเศษของคุณ

ผสานกับบรรยากาศสบายๆ ปนความโรแมนติกอยู่เล็กๆ โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์และวอลเปเปอร์สีดำตัดกับสีแดง ขับให้ห้องนี้ดูโมเดิร์นไม่แพ้ใคร


ขณะเดียวกันก็มีสระน้ำช่วยทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย ก่อนที่คุณและเพื่อนพ้อง จะเริงรื่นไปกับเครื่องดื่มและอาหารอิตาเลียนขนานแท้

โดยเฉพาะไวน์ มีมากมายหลายชนิด ส่งตรงมาจากทั่วทุกมุมโลก ที่สามารถเลือกมาเสริมรสชาติ สร้างความประทับใจให้กับอาหารมื้อนี้อย่างมาก

สำหรับความอร่อยขึ้นชื่อของ Pazzo ก็ต้องเป็น Seafood Pizza พิซซ่าอบใหม่ๆ ร้อนๆ จากเตา คัดสรรกุ้ง ปลาหมึก และแซลมอน สดๆ ได้คุณภาพ เข้ากันดีกับแป้งพิซซ่าบางกรอบกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ที่จะเติมเต็มรสชาติให้วงสนทนามากยิ่งขึ้น

Tiger Prawn Salad ถือเป็นเมนูที่โดดเด่นอีกจาน ด้วยกุ้งลายเสือตัวใหญ่ สด ใหม่ ย่างได้ที่ให้มีกลิ่นหอม ราดด้วยซอสที่เชฟมือดี ปรุงอย่างพิถีพิถันจนได้รสชาติถูกปาก ทานพร้อมผักสลัดสดกรอบ ตอบโจทย์ความเป็นอิตาเลียนได้อย่างลงตัว

หรืออร่อยเต็มขั้นกับ Grilled Lamb ขาแกะคุณภาพเยี่ยม กริลล์จนเนื้อนุ่มหอมกรุ่น ราดด้วย Pepper corn sauce รสชาติเยี่ยม รับรองว่าต้องถูกปากใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน

ลำดับสุดท้าย คงไว้ให้ถวิลหา Scallop Salad เลือกหอยตัวโตเต็มคำ ราดด้วย Garlic Sauce ส่งกลิ่นหอม ทานพร้อมไวน์รสดี เสริมให้ Scallop Salad จานนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจจนต้องกลับมาสั่งทานอีกบ่อยๆ

สำหรับคนรักอาหารอิตาเลียนไม่ควรพลาดร้าน Pazzo Italian Cuisine & Wine Bar มาที่นี่ที่เดียวจะได้กลับไปครบครันทั้งบรรยากาศแสนสบาย ไวน์ชั้นดี และรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก

การเดินทางจากถนนแจ้งวัฒนะ ตรงไปทางห้าแยกปากเกร็ด เมื่อถึงตลาดปากเกร็ดให้กลับรถ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดกู้ จะเห็นโรงแรมบั๊ดดี้โอเรียลทัลริเวอร์ไซด์ปากเกร็ดอยู่ทางซ้ายมือติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา Pazzo Italian Cuisine & Wine Bar ตั้งอยู่ภายในโรงแรมบั๊ดดี้โอเรียลทัลริเวอร์ไซด์ปากเกร็ด บริเวณเดียวกับร้านอาหารสองฝั่งคลองรีสอร์ตแอนด์เรสเตอร์รองต์ สามารถจอดรถได้ในที่จอดรถของโรงแรมบั๊ดดี้โอเรียลทัลริเวอร์ไซด์ปากเกร็ด เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 14.00 น. และ 18.00 – 22.00 น.
Sumi Grand สุดยอดเนื้อปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น
หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านซูมิซูมิ สาขา 1 ที่ตั้งอยู่ที่อาคารเทอร์มินอล ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนกันอย่างเนื่องแน่นทำให้ต้องรอต่อคิวกันเลยทีเดียว และเพื่อเป็นการต่อยอดทางธุรกิจที่ตั้งใจไว้ โดยมีแผนการตลาดอย่างชัดเจนที่จะเปิดร้านใหม่ใหญ่กว่าเดิมล่าสุดเมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ร้านซูมิ สาขา 2 เปิดบริการแล้ว โดยใช้ชื่อว่า Sumi Grand ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 16 เข้าซอยมาประมาณ 800 เมตร โดยจะผ่านฟู้ดแลนด์ แล้วสังเกตทางซ้ายมือจะมีป้ายเด่นชัดติดอยู่ หาไม่ยากค่ะ โดยร้านอยู่ในบริเวณเดียวกับร้านชมสวน มีที่จอดรถสะดวกสบาย



สำหรับบรรยากาศ ของ ร้าน Sumi Grand ภายในกว้างขวาง สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 200 ท่าน โครงสร้างของร้านซูมิแกรนด์ นั้นเป็นโครงไม้และส่วนใหญ่เป็นกระจก ทำให้ร้านดูโปร่งโล่งสบาย และ แบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นห้อง VIP เพื่อความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับนัดเลี้ยงสันสรรกับเพื่อนฝูง หรือ พนักงาานบริษัท โดยรองรับได้ประมาณ 12 -13 ท่านและทางร้านก็ใจดีไม่คิดเงินเพิ่มแต่ก็ต้องโทรมาจองล่วงหน้ากันนะคะ เพราะขอบอกว่า มีคนจองห้องเต็มเกือบทุกวัน และยังจัดให้มีมุมเล็กๆ ไว้สำหรับนักดนตรีและนักร้อง ที่จะมาขับกล่อมเพลงเพราะๆให้กับลูกค้า โดยเฉพาะใครที่เป็นแฟนเพลงของพี่ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ และ โบ สุวิพร (โบ ไทรอัมพ์ส คิงดอม) ที่เป็นหุ้นส่วนของร้านแห่งนี้ ก็จะสลับสับเปลี่ยนมาต้อนรับและดูแลลูกค้าอย่างเป็นกันเองค่ะ


มาถึงเมนูอาหารกันบ้างซึ่งทางร้าน Sumi Grand มีให้เลือก 2 แบบ สำหรับบุฟเฟต์ คือราคา 449 บาท และ 899 บาท โดยราคา 449 บาทนั้น จะมีเมนูให้เลือกมากกว่า 30 เมนู ที่เด่นๆ ก็จะ มีเนื้อนิวซีแลนด์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เป็นเนื้อติดมันคัดพิเศษ (ซึ่งแต่ละเดือนทางร้านจะมีการคัดเลือกแตกต่างกันไป) ลิ้นวัว ,หมูโทโร่ ,ซีโครงหมู ,ไส้กรอกหมู ที่คุณโม บอกว่า คัดเลือกมาพิเศษ ใช้ไส้แกะ มาทำจะกรอบมาก ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ลองทานกัน เมื่อทางทีมงาน EDTguide ได้ลองทานแล้วก็ต้องขอบอกว่า ไม่ธรรมดาเลยสำหรับไส้กรอกของร้าน Sumi Grand มีทั้งความกรุบกรอบและความนุ่มของเนื้อหมูแท้ๆ และยังมี หมูดำ Kurobuta ,อาหารทะเล ก็มีทั้งกุ้ง ปลา และ กั้ง หอยเชลล์ ผักให้เลือกหลากหลายกว่า 10 ชนิด ยิ่งได้กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น น้ำจิ้มซีฟู้ด , น้ำจิ้มแจ่ว ที่เอาใจคนไทยโดยเฉพาะ หรือ ซีอิ้ว เข้ากันกับเนื้อนุ่มๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีข้าวกระเทียม ซุป เติมได้ไม่อั้นอีกด้วย เรียกว่าคุ้มค่าเกินราคากันเลยทีเดียว




ส่วนราคา 899 บาทมีให้เลือกกว่า 50 เมนู อาหารที่เพิ่มขึ้นมา คือ Super Wagyu M/S 9 ถือเป็นสุดยอดของเนื้อวัว ของ ออสเตรเลีย รวมถึง US Prime striploin เป็นสุดยอดเนื้อของ US ซีโครงแกะออสเตรเลีย เนื้อนุ่มกำลังดี ปลาไข่ นำเข้าจากญี่ปุ่น เพียงแค่ย่างอยู่บนเตาถ่านก็น้ำลายสอแล้ว เพราะกลิ่นหอมมาก เมื่อได้ลิ้มลองจะได้สัมผัสถึงความมันและกรุบกรอบของปลาไข่ตัวเดียวไม่พอซะแล้ว นอกจากนี้ยังมี สลัดอโวคาโด ส่วนของหวานที่พลาดไม่ได้อีกเช่นกัน คือ เชอร์เบทมะพร้าว หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ ที่ชอบเนื้อวัวเป็นชีวิตจิตใจ ร้านซูมิแกรนด์ น่าจะเป็นคำตอบแรกที่อยากให้ทุกคนได้ไปลิ้มลองกันค่ะ
นางกวัก หรูหรามีสไตล์ แม้ชื่อไทย แต่หัวใจอิตาเลียน
ท่ามกลางแสงสีอันสว่างไสว ท่ามกลางราตรีอันรื่นเริงบันเทิงใจ ท่ามกลางแหล่งแดนซ์กระจายของคนวัยมัน จะพาเพื่อนๆ หลบหนีจากวุ่นวายของย่านทองหล่อ มานั่งผ่อนคลาย
พักหัวใจ สลัดความว้าวุ่นกลุ้มใจที่ร้าน ‘นางกวัก’
ร้านชื่อไทยๆ แต่หัวใจอิตาเลียน


เพื่อนๆ หลายต่อหลายคนอาจจะคุ้นหูกับชื่อร้านนางกวักกันมาไม่มากก็น้อย เพราะร้านนี้เขามีหุ้นส่วนคนดังอย่าง อั๋น-ศราวุธ นวแสงอรุณ และเจนนี่-เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ หรืออีกหลายๆ คน ในหลายๆ วงการ
ร้านนางกวักโฉมใหม่ ย้ายขึ้นมาอยู่ที่ชั้น 3 ของอาคาร The Third Place ปากซอยทองหล่อ 10 เรียกได้ว่า โซนที่เรียกได้ว่าหรูหราและมีสไตล์ ใจกลางทองหล่อ ด้วยการตกแต่งร้านแนว Art & Fresco Dining ที่มีผลงานศิลปะสวยๆ และน่าสนใจของ คุณนีโน่-สุวรรณี สาระบุตร มาประดับตกแต่งอยู่ทั่วทุกมุมภายในร้าน

ร้านนางกวักแบ่งโซนของร้านออกเป็น 2 โซน คือโซนภายในอาคารซึ่งเป็นห้องแอร์ มีระดับสามารถรองรับการจัดปาร์ตี้ภายในได้กว่า 50 ท่าน หรือจะเฮฮาแบบส่วนตั๊วส่วนตัวในกลุ่มผองเพื่อนก็สามารถใช้บริการห้องส่วนตัวห้องเล็ก ที่มีให้เลือกอีก 2 ห้อง

เมนูแรกที่ทางทีมงานจะขอบอกเล่าเก้าสิบถึงความอร่อยนั่นก็คือ ‘สลัดอกเป็ดรมควัน’ รสชาติเลิศรส เนื้อเป็ดที่นุ่มละมุนส่งกลิ่นหอม คลุกเคล้าไปด้วยรสเปรี้ยวอมหวานของซอสส้มและราสเบอร์รี่ที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับผักสลัดซึ่งทั้งกรอบและหวานมันได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งเมื่อทานคู่เคียงไปกับไวน์แดงจะยิ่งช่วยเพิ่มความอร่อยได้อีกเป็นเท่าตัว

อีกเมนูหนึ่งที่ทานคู่กับไวน์แดงแล้วจะได้รสชาติหวานๆ เผ็ดๆ รสเด็ดอย่าบอกใคร เพราะเชฟได้ใส่ความเป็นไทย ผสมผสานไปกับอาหารอิตาเลียนจนได้ออกมาเป็น ‘พาสต้าซีฟู้ด’ รสจัดจ้านในความหวานที่ได้จากซอสมะเขือเทศสด สำหรับพาสต้าหน้าอื่นๆ อย่าง หน้าซอสไวน์ซีฟู้ด, หน้าเห็ดและครีมทรัฟเฟิล, หน้าซอสชีส, หน้าซอสเบคอนมะเขือเทศ, หน้าแซลมอนรมควันว้อดก้า และหน้าสุดท้ายที่เด็ดอย่าบอกใคร เพราะมันคือหน้า
‘ปลาร้าสับ!’ หน้านี้ที่ไม่ว่าใครที่คิดอยากจะริลองของเขาล่ะก็ ต้องโทรไปจับจองสอบถามกับทางร้านก่อนนะคะ

และเมนูซึ่งถือได้ว่าเป็น Hilight Number 1 ของร้านนั่นก็คือ ‘Pizza 4 seasons’ 4 รสชาติ 4 ฤดูกาลในหนึ่งเดียว เมนูแสนอร่อย สุดคุ้ม มากปริมาณ ที่คุณลูกค้าจะได้ทานหลายอย่างในพิซซ่าเพียงหนึ่งถาด และสามารถเลือกเปลี่ยนหน้าของพิซซ่าได้ถึง 15 หน้ากันเลยทีเดียว

สำหรับเมนูพิซซ่าของร้านนางกวัก จะเน้นความบางกรอบของแป้ง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ Pizza Classic ที่จะมีส่วนผสมหลักๆ คือมะเขือเทศ ชีส และหัวหอม, White Pizza จะมีส่วนผสมเพียงชีส แป้ง และเนย สุดท้าย Pizza Calzoni จะมีส่วนผสมเหมือน Pizza Classic ทุกประการ แต่พิซซ่าชนิดนี้จะพับครึ่งประกบกันเหมือนกะหรี่ปั๊บพุงป่องๆ ที่เห็นแล้วต้องรีบกัดให้เห็นเนื้อในโชว์ความอลังการงานสร้างของไส้ที่ซ่อนตัวอยู่ นอกจากนี้ ที่ชั้น 1 ของอาคาร The Third Place ยังมีร้านเหล้าปั่นเก๋ไก๋ตั้งอยู่ถัดจากห้องจัดแสดงนิทรรศการผลงานศิลปะ ARDEL’s Third Place Galleryของ คุณนีโน่-สุวรรณี สาระบุตร ซึ่งจะเปลี่ยนผลงานในนิทรรศการทุกๆ 2 เดือนค่ะ

เพียงแค่คุณเปิดประตูที่เข้าจากทางชั้นสองของร้าน คุณจะได้ยินเสียง ‘กรุ๊งกริ๊ง’ เสนาะหูจากฝูงผีเสื้อเซรามิกที่ห้อยระย้าไว้อย่างสวยงาม ราวกับผีเสื้อเหล่านี้กำลังโบยบินอยู่เหนือผลงานศิลปะมากมายอันเกิดจากไอเดียอันหลากหลายที่เรียงประดับจัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ ทำให้บรรยากาศภายในร้านสวยงามแปลกตา และสามารถเปลี่ยนอารมณ์ เปลี่ยนความรู้สึกไปตามสีสันของแสงไฟที่สาดส่องไปทั่วบริเวณ

ด้วยความสวยงามของผลงานหลายชนิดและทิวทัศน์ยามค่ำคืนกับการสัญจรของผู้คนหรือรถยนต์ที่อยู่ด้านนอกร้าน ทำให้การนั่งดื่มด่ำไปกับบรรยากาศภายในร้านเหล้าปั่นนี้สามารถสร้างความเพลิดเพลินไปพร้อมกับ
เครื่องดื่มเบาๆ สีสันสดใสจนคุณอาจจะลืมเวลาไปได้โดยไม่รู้ตัว

หากคุณได้มาเยือนย่านดังอย่างทองหล่อ การได้แวะเวียนมาเปลี่ยนบรรยากาศที่ร้าน ‘นางกวัก’ เพื่อสัมผัสกับความโรแมนติกและหรูหรามีระดับในสไตล์อิตาเลียนที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงกลางใจเมืองนี้ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนัก











